เตรียมพร้อมสุนัข (ก่อน) ลงสนาม

5219 จำนวนผู้เข้าชม  |  รวมสาระน่ารู้ บทความ

Bullterrier Story
โดย...นาวิน ศรีสวัสดิ์
เตรียมพร้อมสุนัข (ก่อน) ลงสนาม



                ในการแข่งขันต่างๆ นักกีฬาหรือผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จ ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ฝึกซ้อมจนมีความชำนาญแล้วลงแข่งจึงจะได้รับชัยชนะ ถ้าเปรียบเทียบกับการประกวดสุนัขก็เช่นกัน เริ่มต้นจากการเลือกสายพันธ์ที่ดี ที่มีคุณภาพ พ่อพันธุ์มีพันธุ์ดีผ่านการแข่งขันมาแล้ว มีผลงานดีเยี่ยมก็จะสามารถถ่ายทอดสู่รุ่นลูกได้ดี เมื่อเราได้ลูกสุนัขที่เราต้องการก็คือ มีโครงสร้างสมบูรณ์แข็งแรง มีการเคลื่อนไหวดี แข้งขาดีและต้องสังเกตด้านอารมณ์ มีความกระตือรือร้น สดชื่น แจ่มใสไม่ขี้กลัวจนเกินไป ยิ่งซนยิ่งดี เพราะพวกนี้จะมีความกล้าอยู่ในตัวของเขาเอง
 
เมื่อลูกสุนัขอายุได้ 3เดือนขึ้นไปก็จะเริ่มหัดใส่สายจูงก่อนเป็นอันดับแรก เริ่มฝึกทำความคุ้นเคยให้มากที่สุดจนเริ่มเดินในสายจูงได้ ใหม่ๆ อาจจะต้องใช้ของล่อเป็นแรงจูงใจไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของเล่นก็ได้ทั้งนั้น เราลองสังเกตพฤติกรรมของลูกสุนัขเหล่านี้ว่ามีแววแค่ไหน ตอนเขายืนเฉยๆ หรือสนใจอะไร พวกที่เก่งสง่างามมักจะยืนด้วยท่าทางที่มีความสวยตลอด ประเภทยืนโชว์ของเขาเอง พวกนี้ถ้าไปเจอคนจูงเก่งๆ ก็จะยิ่งเก่งตามไปด้วย
 
ในการประกวดสมัยนี้มาตรฐานที่ใช้คือโครงสร้าง 50% การเคลื่อนไหว 50% สุนัขที่สวยจะต้องวิ่งได้ดีด้วยประกอบกันไปเสมอ โครงสร้างดีแต่วิ่งไม่สวยก็ไม่ชนะ วิ่งสวยแต่โครงสร้างไม่ดีก็ไม่ชนะ ทั้งสองอย่างนี้เป็นของที่ควบคู่กันไปเสมอ การวิ่ง การยืนฝึกฝนกันได้ แต่ถ้าวิ่งแล้วขาแข้งปัด รักษายาก เพราะอาจจะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากสายเลือดส่วนหนึ่ง การเลี้ยงดูก็เป็นส่วนหนึ่ง เช่น สุนัขขาอ่อนหรือขากาง อาจจะเลี้ยงบนพื้นที่มีความลื่นอยู่ตลอดเวลาและขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สุนัขเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน มิฉะนั้นจะเสียรูปทรงไป ประเภทที่เลี้ยงสุนัขให้กินกับนอนอย่างเดียวก็มีผลเสีย สุนัขจะอ้วนมีแต่ไขมัน แต่ขาดความแข็งแรงไม่มีสภาพความฟิต แค่เดินระยะสั้นๆ ก็เกิดอาการเหนื่อยง่ายแล้ว สุนัขที่มีการวิ่งดีจะมีจุดเด่นขณะเคลื่อนไหวเป็นที่สะดุดตา ตำแหน่งการเตะของขาหน้า ขาหลังดีดูกลมกลืนและวิ่งเป็นธรรมชาติ มีจังหวะในการก้าวสม่ำเสมอ ยิ่งถ้าตอนวิ่งในสนามประกวด ประเภทวิ่งพลิ้ว วิ่งดีย่อมเป็นที่ถูกใจกรรมการแน่นอน ในสภาพแข่งขัน ถ้าโครงสร้างดูพอกัน กรรมการจะใช้การเคลื่อนไหวเป็นเกณฑ์ตัดสิน ใครวิ่งดีกว่ากันก็ชนะไป สุนัขที่มีหัวไหล่สูงจะมีการก้าวได้ดีกว่า สุนัขที่มีมุมขาหลังดีไม่ตึงจะมีการเตะของขาหลังได้สวยงามกว่า ขาหน้าและขาหลังจะต้องเตะตรงจึงจะถูกต้องไม่บิดเข้าหรือบิดออก ขณะวิ่งขาต้องไม่แกว่ง ส่าย การย่างก้าวต้องแน่น วิ่งเต็มขา สุนัขบางตัวใหม่ๆ จะมีการยืนไม่สง่างาม อาจจะมีอาการกลัวติดอยู่ ดังนั้นผู้จูงจะต้องดึงเอาอารมณ์ที่มีความตื่นตัวของเขาออกมา เช่นอาจจะใช้ของล่อ เพื่อให้สุนัขเกิดอาการอยากเล่น สังเกตว่าหูจะตั้ง หางจะแกว่งไปมา สุนัขที่มีความตื่นตัวจะมีอารมณ์ที่พร้อมในการประกวดมากกว่าสุนัขที่มีความกลัว พฤติกรรมเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการลงสนามให้บ่อยครั้ง เพื่อให้สุนัขเกิดความเคยชิน เมื่อลงสนามหลายๆ ครั้งเข้าก็จะมีการพัฒนาอารมณ์ได้ บางตัวลงไม่กี่ครั้งก็เก่งขึ้นมาก แต่บางตัวก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงจะดี ปัจจัยเหล่านี้อยู่ที่การฝึกฝนเตรียมพร้อมของผู้เลี้ยงด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่งสุนัขที่ได้รับการฝึกอย่างสม่ำเสมอก็จะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่สายเลือดที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญทำให้สุนัขดีและเก่งได้เร็วเช่นกัน
 
การตัดสินใจว่าสุนัขควรลงประกวดเมื่อใดและควรหยุดเมื่อใดก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นเมื่อสุนัขอายุประมาณก่อน 1 ปี จะเป็นช่วงยืดตัว โครงสร้างเริ่มขยาย เราอาจจะต้องหยุดประกวด เพราะโครงสร้างอาจจะดูยาว รอให้ได้อายุและเต็มไซร์ เมื่อมาลงประกวดจะดูสวยงามมาก และการดูสภาพความพร้อมในการประกวดก็เป็นสิ่งสำคัญ สุนัขมีฮีท สุนัขป่วยไม่ควรนำมาลง
มารยาทในการประกวดก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ลงประกวดควรจะรู้เวลาในการประกวดและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เมื่อทำการเรียกให้สุนัขลงประกวดต้องมารอล่วงหน้า เพื่อให้การประกวดเป็นไปตามเวลาและควรรู้ว่าสุนัขของตัวเองรุ่นไหน ต้องลงเมื่อไหร่และได้รางวัลอะไร ต้องชิงอะไร สิ่งเหล่านี้ต้องศึกษาให้รู้จะได้ไม่มีปัญหาในการประกวด ปัญหาในการประกวดคือ ความล่าช้าของผู้ที่ไม่เคารพเวลากับคนที่เห็นแก่ตัว ทำให้ผู้อื่นพลอยเซ็งไปตามๆ กัน การเคารพในเวลา ในกติกาย่อมเป็นสิ่งดี เป็นผลดีกับตัวเองและคนอื่นด้วย
 
ปีนี้เป็นปีหมาทอง ปีใหม่ลองพัฒนาหาสุนัขดีๆ มาร่วมสนุกในกิจกรรมการประกวดเพื่อความสนุก แล้วอย่าลืมพัฒนาตนเองด้วย เพื่อเป็นคนใหม่ คนดีของสังคม ขอให้ทุกคนโชคดีมีความสุขตลอดปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com